การจัดฟันแบบใส Invisalign สำหรับเด็กอายุ 12 ปี ขึ้นไป Invisalign First (Phase 2) เหมาะสำหรับเด็กอายุประมาณ 12 ปี ขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงฟันชุดผสม (Mixed dentition) หมายถึง เริ่มตั้งแต่ฟันกรามแท้ซี่ที่หนึ่ง และฟันหน้าแท้ปรากฏในช่องปากจนกระทั่งฟันน้ำนมซี่สุดท้ายหลุด

การจัดฟันในเด็กจะช่วยให้ทันตแพทย์จัดฟันสามารถที่จะ

– กำหนดลักษณะการเติบโตของขากรรไกรเด็ก
– แก้ไขการสบฟัน
– ลดความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุฟันหน้ากระแทกในกรณีที่ฟันยื่น
– แก้ไขนิสัยการใช้ฟันที่ผิดปกติตั้งแต่แรกเริ่ม
– ช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดีให้เด็ก
– ข่วยให้ฟันแท้ขึ้นให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องมากขึ้น
– ช่วยให้ฟัน ริมฝีปาก และรูปหน้าเข้าที่มากขึ้น

หากพบการเรียงตัวของฟันหรือการสบฟันผิดปกติในเด้ก การรอแก้ไขเมื่อฟันแท้ขึ้นครบ อาจทำให้สภาพฟันไม่สมบูรณ์และแก้ไขได้ยากเมื่อโตขึ้น อาจทำให้เกิดฟันผุ โรคเหงือก ฟันสึกผิดปกติ เหงือกร่น หรืออาจเกิดการละลายของกระดูกที่รองรับฟันและเนื้อเยื่อฟันเสื่อมสภาพ

การจัดฟันแบบใส Invisalign เป็นการใช้เครื่องมือจัดฟันแบบถอดได้ที่ออกแบบมาเพื่อให้เหมาะกับผู้รับนริการแต่ละคน โดยทันตแพทย์จะวางแผนการรักษาในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ Clincheck ซึ่งสามารถแสดงแผนการรักษาออกมาในรูปแบบวิดีโอสามมิติ 3D ซึ่งเครื่องมือจัดฟันแบบใส Invisalign นี้สามารถทําให้ฟันของคุณเรียงตัวได้สวยงาม มีการสบฟันที่ดี เคี้ยวอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยยากที่คนอื่นจะมองเห็น ต่างจากการจัดฟันแบบติดแน่นที่ทําทั่วไป โดยเครื่องมือจัดฟันแต่ละชุดจะทําให้ฟันค่อยๆ เคลื่อนตัวไปอย่างเป็นธรรมชาติ

ข้อดีของการจัดฟันแบบใสอินวิสไลน์ Invisalign

1. มองเห็นได้ยาก อุปกรณ์จัดฟันแบบใส Invisalign แทบมองไม่เห็น ซึ่งหมายความว่าผู้รับบริการสามารถยิ้มได้อย่างเปิดเผยเมื่อเทียบกับเครื่องมือจัดฟันแบบเดิมที่มองเห็นลวดและเหล็ก ถ้าไม่สังเกตดีๆก็จะมองไม่เห็นตัวเครื่องมือเลย เพราะเป็นพลาสติกใสโปร่งแสง ช่วยให้ยิ้มได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องกังวลว่าสีของเครื่องมือจัดฟันแบบใสจะทำให้ดูสะดุดตา

2. สามารถถอดออกได้ อุปกรณ์จัดฟันแบบใส Invisalign ผลิตจาก SmartTrack® ซึ่งเป็นวัสดุที่มีความยืดหยุ่นทําให้ง่ายต่อการถอดและใส่ สามารถใส่ตลอดเวลาได้ นอกจากนี้ผู้รับบริการยังสามารถที่จะเพลิดเพลินกับ อาหารที่ชื่นชอบได้ตลอด

3. เจ็บน้อยกว่า ด้วยเทคโนโลยี SmartStage® และ SmartForce® ช่วยทําให้เชื่อมั่นได้ว่าฟันจะค่อยๆ เคลื่อนไปสู่ตําแหน่งที่ทันตแพทย์กําหนดไว้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพตลอดการรักษา ทําให้เกิดอาการเจ็บปวดน้อย ซึ่งต่างกับการจัดฟันแบบติดแน่นที่อาจจะก่อให้เกิดความเจ็บปวดและการระคายเคืองได้มากกว่า

4. การมาพบแพทย์ที่น้อยครั้งลง ผู้ป่วยที่ใส่เครื่องมือจัดฟันแบบใส จะลดความถี่ในการไปคลินิกหรือโรงพยาบาล เหลือเพียงทุก 6-8 สัปดาห์ ต่างกับการจัดฟันแบบติดแน่นที่ต้องไปพบทันตแพทย์ทุก 3-4 สัปดาห์

5. ระยะเวลารักษาที่ชัดเจนกว่า การจัดฟันแบบใสด้วย Invisalign ช่วยให้ผู้รับบริการ เห็นภาพทุกขั้นตอนของการรักษา ทําให้ได้ทราบระยะเวลาในการรักษาที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

6. สุขภาพภายในช่องปาก เนื่องจากอุปกรณ์จัดฟัน Invisalign สามารถถอดออกได้ ผู้ที่ใส่เครื่องมือสามารถใช้ไหมขัดฟันและแปรงฟันได้ตามปกติในขณะที่การจัดฟันด้วยเครื่องมือชนิดติดแน่น จะทําความสะอาดระหว่างเครื่องมือจัดฟันยาก ซึ่งอาจจะเป็นผลทําให้เกิดการสะสมของคราบจุลินทรีย์และทําให้เกิดฟันผุ เหงือกอักเสบ และ/หรือมีกลิ่นปากได้

Invisalign First (Phase 2) เหมาะสำหรับเด็กอายุประมาณ 12 ปี ขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงฟันชุดผสม (Mixed dentition) หมายถึง เริ่มตั้งแต่ฟันกรามแท้ซี่ที่หนึ่ง และฟันหน้าแท้ปรากฏในช่องปากจนกระทั่งฟันน้ำนมซี่สุดท้ายหลุด